ภาพ: รัฐบาลไทย
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ครม. มีมติรับทราบความคืบหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย และเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทาง เร่งรัด และติดตามการดำเนินงานของทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ
โดยคณะกรรมการดังกล่าว มีองค์ประกอบทั้งหมด 17 คน ประกอบด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองประธาน มีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการ ก.พ.ร. ประธาน กกร. และประธาน สศช. เป็นกรรมการ พร้อมด้วยบุคคลภายนอก ได้แก่ นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ และศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงษ์ กิติยารักษ์ ร่วมเป็นกรรมการเช่นกัน ในขณะที่ 3 หน่วยงานประสานหลัก ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ
นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบการกำหนดตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการประสานงานการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย (OECD Chief Coordinator) เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักเรื่องการเข้าเป็นสมาชิก OECD ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยจะดำเนินงานร่วมกับ 3 หน่วยงานประสานหลัก ในการนำนโยบายและแนวทางของฝ่ายบริหารมาขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
การเข้าเป็นสมาชิก OECD ถือเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของรัฐบาลที่ได้ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ซึ่งไม่ใช่เพียงเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับและปฏิรูปประเทศไทยในหลายมิติเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ได้แก่ เศรษฐกิจ กฎหมาย ธรรมาภิบาล การลงทุน การแข่งขัน นวัตกรรม สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และเตรียมความพร้อมประเทศไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันและมีบทบาทบนเวทีโลก อันจะสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในระยะยาว
ที่ผ่านมา สศช. กต. และ สคก. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ เช่น การจัดประชุมหารือแนวทางการดำเนินงาน การประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การบรรยายให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมทั้งการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ระหว่างประเทศ เช่น การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับประเทศสมาชิก OECD เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ไทย การเดินทางเข้าร่วมประชุมกับ OECD เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และด้านกฎระเบียบ ที่มีการจัดทำแพลตฟอร์มแปลข้อมูลตราสารทางกฎหมายของ OECD สู่สาธารณะ และให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการด้านการปรับมาตรฐานภายในประเทศให้สอดคล้องกับ OECD
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) ซึ่งเป็นการทำแบบสอบถาม และการให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ OECD และเมื่อ OECD พิจารณาข้อมูลแล้วเสร็จ ก็จะจัดทำข้อเสนอแนะให้แก่ไทยในการปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD โดยรัฐบาลจะประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง
แหล่งที่มา: https://www.thaigov.go.th/th/news/164225

