แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ
Greater Mekong Subregion Economic Cooperation Program: GMS
ข่าวความเคลื่อนไหวที่สําคัญ


เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ […]
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (AD […]
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมกับ ADB ได้จัดการประชุมเ […]
เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ […]
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ในห้วงการประชุมระดับรัฐมน […]
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐก […]
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ […]
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแ […]
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นาย […]



แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation Program: GMS Program) เป็นกรอบความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว จีน (มณฑลยูนนาน และเขตปกครองตนเองกวางสีจ้วง) เมียนมา ไทย และเวียดนาม ริเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2535 โดยการผลักดันของ 6 ประเทศดังกล่าวและได้การสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของแต่ละประเทศ ปัจจุบันแผนงาน GMS ดำเนินงานอยู่ภายใต้ กรอบยุทธศาสตร์แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พ.ศ.2573 (GMS Economic Cooperation Program Strategic Framework 2030) ซึ่งมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่มีการบูรณาการ รุ่งเรือง ยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง






การดำเนินงานของแผนงาน GMS ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งอยู่บน 3 เสาหลักการพัฒนา หรือหลักการ 3Cs ประกอบด้วย

เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่ยั่งยืนและยกระดับโครงข่ายเส้นทางคมนาคมขนส่งให้เป็นแนวพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic corridors)

อำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายผู้คนและสินค้าข้าพรมแดน พัฒนาห่วงโซ่การผลิต การเกษตร การท่องเที่ยว และการพัฒนาเมือง

สร้างความเป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันด้วยการส่งเสริมความร่วมมือข้ามพรมแดนด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
แผนงาน GMS ให้ความสำคัญต่อแนวคิดการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ (Economic Corridors) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจข้ามพรมแดนเข้าด้วยกันผ่านโครงสร้างพื้นฐาน การสอดประสานกันทางนโยบาย และการพัฒนากฎระเบียบให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ ผู้คน และเงินทุน ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยมี 3 แนวระเบียงเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่
(1) ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor: NSEC) เป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงประเทศจีนตอนใต้และ สปป.ลาว เพื่อออกสู่ทะเล
(2) ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) เป็นเส้นทางเชื่อมโยงเมืองเศรษฐกิจสำคัญระหว่างเวียดนาม สปป.ลาว ไทย และเมียนมา รวมระยะทาง 1,500 กิโลเมตร
(3) ระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) เป็นเส้นทาง เชื่อมโยงเมืองเศรษฐกิจสำคัญระหว่าง ไทย- กัมพูชา- เวียดนาม รวมไปถึงเมียนมา และเวียดนาม – กัมพูชา และลาว

มี 3 แนวระเบียงเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่
(1) ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor: NSEC) เป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงประเทศจีนตอนใต้และ สปป.ลาว เพื่อออกสู่ทะเล
(2) ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) เป็นเส้นทางเชื่อมโยงเมืองเศรษฐกิจสำคัญระหว่างเวียดนาม สปป.ลาว ไทย และเมียนมา รวมระยะทาง 1,500 กิโลเมตร
(3) ระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) เป็นเส้นทาง เชื่อมโยงเมืองเศรษฐกิจสำคัญระหว่าง ไทย- กัมพูชา- เวียดนาม รวมไปถึงเมียนมา และเวียดาม – กัมพูชา และลาว

เป็นกรอบการลงทุนในโครงงานระยะใกล้ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์การพัฒนาของแผนงาน GMS ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้กรอบ RIF 2028 ครอบคลุมห้วงปี 2569 – 2571 ประกอบด้วยโครงการ 88 โครงการ ในทั้ง 6 ประเทศ
ขับเคลื่อนผ่านกลไกการประชุมที่สำคัญดังนี้



เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (The 27th GMS Ministerial Conference) ณ โรงแรมแชงกรี-ลา ประเทศไทย โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีประจำแผนงาน GMS ฝ่ายไทย เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมฯ มีการรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 แผนงาน GMS (2) เอกสารกรอบการลงทุนระดับภูมิภาค แผนงาน GMS ปี 2569 – 2571 และ (3) เอกสารยุทธศาสตร์เพื่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในแผนงาน GMS เพื่อเป็นกรอบทิศทางสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในระยะต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานของประเทศสมาชิกมีความสอดคล้อง เชื่อมโยง และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการที่สำคัญในแต่ละสาขา ความร่วมมือภายใต้ GMS 2030 สู่การปฏิบัติ
ร่วมกันหารือเพื่อระบุกิจกรรม/โครงการที่เป็นไปได้เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของอนุภูมิภาค
ติดตามผลการดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ และประเมินความสำเร็จของการดำเนินงาน

ส่งเสริมให้เกิดความสอดคล้องและส่งเสริมกันระหว่างแผนงาน GMS และกรอบความร่วมมืออื่น ๆ ของอนุภูมิภาค อาทิ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) และข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (BRI)
พัฒนาความเชื่อมโยงกับกรอบความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคอื่น ๆ อาทิ แผนงาน IMT-GT และ BIMSTEC ตลอดจนโครงการความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลกอื่น ๆ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ในการพัฒนาทั้งในระดับ อนุภูมิภาคและในระดับโลกที่กว้างขึ้น