OECD

ครม. ไฟเขียวแลกเปลี่ยนข้อมูล Global Minimum Tax กับ OECD

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการผลักดัน Global Minimum Tax หรือการกำหนดอัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำที่ 15% สำหรับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ตามกติกาสากลที่ไทยในฐานะสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ร่วมตกลงไว้ ณ กระทรวงการคลัง

โดย ครม. มีมติอนุมัติให้ประเทศไทยสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล Global Minimum Tax กับนานาประเทศได้อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดเริ่มยื่นข้อมูลต่อกรมสรรพากร และเปิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลในเดือนมิถุนายน 2570 พร้อมทั้งมอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนดำเนินการส่งข้อมูลดังกล่าวให้องค์กรระหว่างประเทศ และประเทศภาคีสมาชิก “เป้าหมายสำคัญของนโยบายนี้คือ การปิดช่องโหว่ที่บริษัทข้ามชาติใช้โยกย้ายกำไรไปยังดินแดนปลอดภาษี (Tax Haven) เพื่อเลี่ยงภาระภาษีในประเทศที่ตนทำธุรกิจจริง ซึ่งกรมสรรพากรคาดการณ์ว่าการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ตามกลไกนี้จะสร้างรายได้ให้รัฐได้ราว 10,000 ล้านบาทต่อปี”

นายเอกนิติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้อัตราภาษีขั้นต่ำ 15% ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทข้ามชาติที่เคยได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอาจทำให้อัตราภาษีที่แท้จริงของบริษัทเหล่านั้นต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสากล รัฐบาลจึงเตรียมปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้แรงจูงใจจากเดิมที่ใช้กลไกลดหย่อนภาษีซึ่งขัดกับเพดาน 15% มาเป็นการให้เงินอุดหนุน (Subsidy) หรือเครดิตภาษี (Tax Credit) ในรูปแบบที่ OECD ยอมรับแทน

“ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และยังมีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ BOI เป็นอีกหนึ่งกลไกเสริมสนับสนุนนักลงทุนด้วย”

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ครม. ยังได้เห็นชอบมาตรการด้านภาษีอื่นๆ 3 เรื่อง ได้แก่

1.การปรับลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 5%, 3% และ 2% ให้เหลือเพียง 1% โดยมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ถึงเดือนธ.ค. 2570 และคาดว่าจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้ภาคเอกชนได้สูงถึงประมาณ 27,000 ล้านบาท

2.การผลักดันให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ระบบภาษีดิจิทัล โดยให้หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า สำหรับการลงทุนในระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เพื่อลดภาระด้านเอกสาร

3.มาตรการส่งเสริมสังคมที่อนุญาตให้หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เมื่อบริจาคสนับสนุนด้านการศึกษา และการกีฬาผ่านระบบ e-Donation โดยมาตรการมีกำหนดระยะเวลาครอบคลุมถึงเดือนธันวาคม 2570


เรื่อง: กระทรวงการคลัง