สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการระดับชาติของประเทศไทย ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย–มาเลเซีย–ไทย (IMT-GT) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวางแผนยุทธศาสตร์ ครั้งที่ 19 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 24–26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อหารือแนวทางเร่งรัดการดำเนินงานในปีสุดท้ายของแผนปฏิบัติการระยะห้าปี พ.ศ. 2565 – 2569
การประชุมมีนางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสจากอีก 2 ประเทศ ได้แก่ นายวีนาร์ดี ฮานาฟี ลักคี กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา และ ดาตุ๊ก มาเรียม บินตี อิเลียส ผู้อำนวยการกองพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค กระทรวงเศรษฐกิจแห่งมาเลเซีย และผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย สำนักเลขาธิการอาเซียน ศูนย์ประสานความร่วมมือ IMT-GT ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาจากสามประเทศ รวมกว่า 250 คน
ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้ Implementation Blueprint (IB) 2022–2026 และเห็นชอบทิศทางการขับเคลื่อนในปี 2569 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของแผนปัจจุบัน โดยเน้นการเร่งรัดโครงการที่ยังไม่แล้วเสร็จ ผลักดันตัวชี้วัดที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย และยกระดับระบบติดตามประเมินผลให้สามารถสะท้อนผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการดำเนินงานแบบบูรณาการข้ามสาขา และเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนและภาควิชาการในการขับเคลื่อนความร่วมมือของอนุภูมิภาค
ในมิติด้านเศรษฐกิจ การค้า และความเชื่อมโยง ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน เกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มและยางพารา รวมถึงการยกระดับเกษตรกรรายย่อยสู่ห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาค การส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการจัดเวทีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ครั้งที่ 2 และการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวข้ามพรมแดนควบคู่กับการอำนวยความสะดวกด้านคมนาคม การยกระดับอุตสาหกรรมและบริการฮาลาลเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและแก้ไขข้อจำกัดด้านการรับรองข้ามแดน ตลอดจนการผลักดันการค้าและการลงทุนผ่านความร่วมมือด้านศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง และกักกันโรค พร้อมจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจในห้วงการประชุมระดับรัฐมนตรี IMT-GT ครั้งที่ 32 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนกันยายน 2569 เพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนในอนุภูมิภาค
ในมิติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเสริมสร้างศักยภาพระยะยาว ที่ประชุมเน้นการพัฒนาคมนาคมขนส่งที่ลดการปล่อยคาร์บอนและปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งข้ามแดน การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทักษะ การยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการฝึกอบรมอาชีวะและการรับรองมาตรฐานทักษะ รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลตลาดแรงงาน และการขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สีน้ำเงิน และสีเขียว ควบคู่กับการจัดการของเสียและมลพิษทางทะเล โดยมีสภาธุรกิจ IMT-GT (JBC) และเครือข่ายมหาวิทยาลัย IMT-GT (UNINET) สนับสนุนการบูรณาการงานวิจัย นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ ในวันแรกของการประชุมได้มีการระดมความเห็นเพื่อเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติการระยะห้าปีฉบับใหม่ Implementation Blueprint 2027–2031 โดยมีผู้แทนคณะทำงานรายสาขา ภาคเอกชน และภาคการศึกษาของประเทศสมาชิกเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมได้ทบทวนบทเรียน ความสำเร็จ และความท้าทายจากแผนฉบับปัจจุบัน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไปให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกและภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ผลการหารือจะนำไปสู่การยกร่างแผนฉบับใหม่เพื่อนำเสนอในกระบวนการพิจารณาของ IMT-GT ต่อไป
กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ










