OECD

โฆษกคณะ กมธ.การเงินฯ แนะใช้กลไกรัฐสภาเสนอญัตติโรดแมปเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 โอกาสทองของไทยในการเป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายคริส โปตระนันทน์ โฆษกคณะ กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน และคณะ  แถลงข่าว แนะใช้กลไกรัฐสภา เสนอญัตติโรดแมปในการจะเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 

นายคริส โปตระนันทน์ โฆษก คณะ กมธ. กล่าวว่า วันนี้ กมธ. ได้เชิญหน่วยงานมาให้ข้อมูลในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา : OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development ) 

OECD เป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงและเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น แคนาดา สหรัฐอเมริกา ชิลี อิสราเอล ตุรกี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ออสเตรีย ฟินแลนด์ เยอรมันไอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ซึ่งประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ค่อนข้างดี วันนี้ประเทศไทยอยากจะเป็นประเทศแบบนั้นบ้าง และวันนี้เรากำลังจะสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD  หากสมัครเข้าเป็นสมาชิกสิ่งที่จะได้รับคือคำปรึกษาจากหน่วยงานรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกองค์กรจะกำหนดมาตรฐานกฎหมายในประเทศว่าควรเป็นอย่างไร ทำให้กฎหมายไทยทัดเทียมนานาอารยประเทศ มีเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลมีคลังข้อมูลสถิติ มีแหล่งข้อมูลความรู้ ถ้าเราเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD จะมีการปฏิรูปโครงสร้างในหลายมิติ ทำให้มาตรฐานของประเทศทัดเทียมกับประเทศสากล เพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันในเวทีโลก เข้าถึงข้อมูลทางเศรษฐกิจโลก ทำให้ประเทศไทยเดินออกจากการเป็นกับดักประเทศกำลังพัฒนา และสุดท้ายคือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ส่งเสริมบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ มีการบริการที่ดีขึ้น มีการแข่งขันเพิ่มขึ้นในหลายมิติ นอกจากนี้ ยังเปิดเสรีเพื่อดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ วันนี้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนทุกคน อยากจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้ แต่อย่างไรก็ดีการจะเข้าร่วมจะมีขั้นตอนกฎหมายที่จะต้องทำ

นางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร โฆษก กมธ. กล่าวเพิ่มติมว่า  ขั้นตอนการเป็นสมาชิก OECD จะมีทั้งหมด 10 ขั้นตอน ประเทศไทยได้ผ่านเข้าสู่ขั้นตอนที่ 1-5 คือการสมัครและประเมินเบื้องต้นแล้ว ณ  ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนที่ 6 คือการประเมินทางเทคนิคร่วมกับคณะกรรมการของ OECD ทั้งหมด 25 คณะ 

จากนั้นคณะกรรมการ  OECD จะประเมิน และให้ข้อเสนอแนะกลับมาในเรื่องของกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติของประเทศไทยให้สอดคล้องกับการกับมาตรฐานของ OECD 

ด้านนางสาว กาญจนาพร จิระพันธุ์วาณิช โฆษก กมธ. กล่าวปิดท้ายว่า ที่ประชุม กมธ. วันนี้  ได้มีความเห็นและเน้นย้ำว่าอย่ารอให้ราชการหรือหน่วยงานแก้กฎหมายตามกระบวนการแล้วค่อยนำเข้าสภาทีหลังการกระทำเช่นนี้ จะทำให้ไม่ทันกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 สิ่งที่ควรทำคือมองแบบกลับหัว โดยใช้กลไกที่มีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด นั้นคือกลไกรัฐสภา คือการเสนอญัตติโรดแมปในการจะเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายในปี 2571 และให้มีการอนุมัติหลักการก่อนแล้วค่อยมีการปรับแก้กฎหมายทีหลัง และสุดท้ายวันนี้อยากจะขอย้ำอีกครั้งว่า กมธ. และพรรคการเมืองทุกพรรคมีความเห็นพ้องต้องกันว่าการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD เป็นโอกาส ถ้าเราเข้าทันรถด่วนขบวนนี้ได้ จะเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ในการเป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้สูงมากขึ้น


เรื่องและภาพ: สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาสภาผู้แทนราษฎร