OECD

ไทยเริ่มภารกิจ Fact-Finding Mission ก้าวสำคัญสู่การเข้าเป็นสมาชิก OECD

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูล ประสบการณ์ และข้อเท็จจริง (Fact-Finding Mission) กับคณะเจ้าหน้าที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นกระบวนการประเมินทางเทคนิคในกรอบนโยบายด้านกฎหมาย และเป็นกรอบนโยบายแรกที่ OECD เดินทางมาเก็บข้อมูลกับผู้แทนไทย
การประชุมครั้งนี้มีคณะเจ้าหน้าที่ OECD จากสำนักนโยบายด้านกฎหมาย ได้แก่ James Drummond รองหัวหน้ากลุ่มวิเคราะห์ผลกระทบของกฎหมาย และ Supriya Trivedi นักวิเคราะห์นโยบาย เข้าร่วมเก็บข้อมูลด้านการพัฒนาและปฏิรูปกฎหมายของไทยกับตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยฝ่ายไทยประกอบด้วย นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และนายนพดล เภรีฤกษ์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) รวมถึงผู้แทนจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ สังคมสูงวัย เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนส่งผลให้ระเบียบโลกเปลี่ยนแปลงไป และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อภาครัฐหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในฐานะเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการปรับโครงสร้างภาครัฐ การให้บริการประชาชน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวเสริมว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลผ่านการใช้ระบบกลางทางกฎหมาย Law Portal (law.go.th) เพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชนประกอบการเสนอร่างกฎหมาย พร้อมอยู่ระหว่างผลักดันร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านรักษาการเลขาธิการ สคก. ระบุว่า สคก. พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ควบคู่กับการศึกษาและปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงติดตามการปฏิรูปด้านการต่อต้านและปราบปรามคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ OECD ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของไทยในกระบวนการประเมินทางเทคนิค และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในเส้นทางการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยในขั้นถัดไป สคก. จะนำเสนอการพัฒนานโยบายด้านกฎหมายของไทยต่อคณะกรรมการนโยบายด้านกฎหมายของ OECD (Regulatory Policy Committee: RPC) ในการประชุมประจำปีครั้งที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2569 หากที่ประชุมมีมติรับรอง จะถือเป็นกรอบนโยบายด้านแรกของไทยที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ OECD ว่ามีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

(แหล่งที่มา: คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี)