GMS

การประชุมเวทีหารือการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจ ครั้งที่ 14 แผนงาน GMS เร่งพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายโลก

กระทรวงการเงิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) จัดการประชุมเวทีหารือการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจ ครั้งที่ 14 (14th GMS Economic Corridors Forum) แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) ในระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2569 ณ โรงแรมคราวน์ พลาซ่า เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประเด็นท้าทายสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจต่าง ๆ ในอนุภูมิภาค GMS พร้อมทั้งร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “เร่งรัด ใช้ประโยชน์ และบูรณาการการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการรับมือของอนุภูมิภาค GMS ต่อความท้าทายสำคัญของโลก” โดยมีนายวงคำแหง วงทะจัก รองอธิบดีกรมการเงินและความร่วมมือสากล กระทรวงการเงิน สปป.ลาว เป็นประธานร่วมกับนายเหนียนชาน จาง ผู้อำนวยการสำนักเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ADB พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสจากประเทศสมาชิกและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สำหรับฝ่ายไทย นางสาวศศิธร พลัตถเดช รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย

ที่ประชุมฯ ได้หารือและแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Spatial Development) การวางแผนโครงการลงทุน และการจัดการแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาโครงการที่มีประสิทธิภาพ ที่ประชุมฯ รับทราบความก้าวหน้าและโอกาสการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การยกระดับการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างจีนและ สปป.ลาว ผ่านเส้นทางรถไฟ และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน รวมถึงการยกระดับจากการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งสู่การพัฒนาเชิงพื้นที่ของระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ GMS-2030 ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้มีการเสนอให้ขับเคลื่อนการพัฒนาผ่านการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรม การอำนวยความสะดวกด้านเอกสารดิจิทัล และการพัฒนากลไกบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดน

ที่ประชุมฯ ยังให้หารือในเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดนเพื่อเชื่อมโยงทักษะแรงงานกับโอกาสทางเศรษฐกิจตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเสริมสร้างทุนมนุษย์และความสามารถการแข่งขันในระยะยาว อาทิ โครงการ PROMISE ซึ่งมุ่งส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะ และการดำเนินงานของศูนย์ช่วยเหลือแรงงานเคลื่อนย้ายแบบครบวงจร (iMAC) ของ สปป.ลาว ที่ประชุมฯ ได้เน้นย้ำว่าความยืดหยุ่นของระเบียงเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทักษะของแรงงานได้รับการยอมรับและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด

อีกทั้ง ที่ประชุมฯ ยังได้เน้นย้ำบทบาทที่สำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเชื่อมโยงนโยบายจากส่วนกลางสู่การปฏิบัติในพื้นที่ และขับเคลื่อนโครงการลงทุนตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และเขตเศรษฐกิจชายแดน (BEZ) ทั้งนี้ ควรมีการพัฒนาเชิงพื้นที่ของเมืองเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและยั่งยืน มุ่งสนับสนุนการพัฒนาบริการสาธารณะเพื่อดึงดูดการลงทุน และกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านภูมิอากาศร่วมกันสำหรับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้ร่วมหารือถึงการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากระบบดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ โดยเสนอให้ประเทศสมาชิกดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ปลอดภัยมากขึ้น อาทิ ระบบติดตามสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECTS) และการเชื่อมโยงระบบ National Single Window เป็นต้น

ทั้งนี้ ADB เน้นย้ำการสนับสนุนจัดหาแหล่งเงินทุนโดยการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการพัฒนาของอนุภูมิภาค ตลอดจนการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและกำหนดกฎระเบียบที่สอดคล้องกัน รวมถึงการประสานความร่วมมือในอนุภูมิภาคเพื่อส่งเสริมการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค GMS อย่างมีประสิทธิภาพ

*********************

เรื่อง: กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ