GMS

การประชุมหารือการจัดทำยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ภายใต้คณะทำงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออกของ AMEICC ในกรอบความร่วมมือประเทศลุ่มแม่น้ำโขง-ญี่ปุ่น ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (MJ-CI)

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดย นายธัชไท กีรติพงค์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ และ Ms. Yumiko Hata ผู้อำนวยการกองเอเชียและแปซิฟิก สำนักนโยบายการค้า กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Ministry of Economy, Trade and Industry: METI) ร่วมเป็นประธาน ในการประชุมหารือการจัดทำยุทธศาสตร์ลุ่มแม่น้ำโขงฉบับใหม่ (The New Mekong Strategy) ภายใต้คณะทำงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออกของ AMEICC (AEM-METI Economic and Industrial Cooperation Committee – Working Group on West-East Corridor Development: AMEICC WEC-WG) ในกรอบความร่วมมือประเทศลุ่มแม่น้ำโขง-ญี่ปุ่น ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Mekong-Japan Economic and Industrial Cooperation Initiative: MJ-CI) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย

โดยการประชุมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ ที่นำเสนอโดยฝ่ายเลขานุการ AMEICC WEC-WG ให้สอดคล้องกับจุดเน้นและเป้าหมายการพัฒนาของไทย เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายร่วมกันในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฝ่ายเลขานุการ AMEICC WEC-WG ร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา Deloitte ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำโข งฉบับใหม่ ที่มุ่งให้ไทยและประเทศในอนุภูมิภาคได้เห็นถึงข้อได้เปรียบและความท้าทายสำคัญของภูมิภาค ที่มีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่ง แต่มาตรฐานและกฎระเบียบในการลงทุนอาจไม่สอดคล้องกันในแต่ละประเทศ รวมทั้งกฎระเบียบเหล่านั้นขาดความต่อเนื่อง จึงเสนอให้มีการเชื่อมโยงกฎระเบียบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรม และเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านสิ่งแวดล้อมและยกระดับทักษะของแรงงานให้มีคุณภาพสูง ในการเป็นศูนย์รวมการส่งออกของภูมิภาค

ในการนี้ สศช. ได้เสนอแนวทางการพัฒนาของไทยที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งได้เชื่อมโยงกับ ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในทุก ภาคส่วนให้สามารถแข่งขันได้ รวมไปถึงแนวคิดการสร้างตลาดควบคู่ไปกับการอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมกันนี้ สศช. ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นของไทย

ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ที่จำเป็นต้องมีการวิจัยและพัฒนากฎระเบียบในเรื่องต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำโขงฉบับใหม่นี้ สามารถสนับสนุนแนวทางการพัฒนาของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นต่อยุทธศาสตร์ฉบับดังกล่าว โดยสนับสนุนการประสานกฎระเบียบ ด้านการตลาดขของภูมิภาคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อาจส่งเสริมการสร้างมาตรฐานด้านอุตสาหกรรม และระบบค่าตอบแทนจูงใจแรงงานร่วมกัน เพื่อดึงดูนักลงทุนและแรงงานกลุ่มต่าง ๆ ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้ให้ข้อสังเกตถึงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคที่แตกต่างกัน ทำให้การประสานกฎระเบียบและมาตรฐาน ให้มีทิศทางเดียวกันอาจเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ซึ่งต้องอาศัยหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ต้องร่วมมือกันในการพัฒนาตลาดอุตสาหกรรมของประเทศให้แข็งแรง เพื่อนำไปสู่การบูรณาการร่วมกันภายในภูมิภาค ให้ได้อย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ ที่ประชุมฯ ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างไทยและ AMEICC อย่างแข็งขัน และพร้อมสนับสนุนยุทธศาสตร์ลุ่มแม่น้ำโขงฉบับดังกล่าว เพื่อให้เกิดการบูรณาการของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง โดยยุทธศาสตร์ฉบับนี้จะมีการพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาให้คลอบคลุมมากยิ่งขึ้นในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส AMEICC WEC-WG ในเดือนสิงหาคมต่อไป