เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดงานสัมมนา “OECD 101 เส้นทางของประเทศไทยสู่การเข้าเป็นสมาชิก OECD” โดยมีนางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า Mr. Andrew Egan อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนหน่วยงานขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย เจ้าหน้าที่รัฐสภา เข้าร่วมกว่า 150 คน และยังมีถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook LIVE ของสถาบันพระปกเกล้า
การสัมมนามีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับบทบาทของ OECD มาตรฐานสากล และกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกให้แก่สมาชิกรัฐสภา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและบทบาทของสมาชิกรัฐสภาในการร่วมหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ตลอดจนนำเสนอข้อมูลความคืบหน้าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแบ่งปันประสบการณ์ของออสเตรเลียในการใช้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิก OECD
ในโอกาสนี้ ผู้แทนหน่วยงานขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ร่วมบรรยายเพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยผู้แทน สศช. ย้ำความสำคัญของการเข้าเป็นสมาชิก ที่นอกจากจะช่วยให้ไทยมีมาตรฐานสอดคล้องกับ OECD ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลแล้ว ยังช่วยให้ไทยมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาของโลกด้วย และเน้นย้ำว่าไทยจะต้องปรับจากการเป็น Rule Taker มาเป็น Rule Shaper เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ ในขณะที่ผู้แทน สคก. นำเสนอว่า ไทยมีกฎหมายกฎระเบียบที่สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD ค่อนข้างมากแล้ว อย่างไรก็ตาม ไทยต้องพิสูจน์ให้ OECD เห็นว่า ได้นำกฎต่าง ๆ ไปใช้ในทางปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก OECD ให้ความสำคัญกับการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อประเมินว่าการมีนโยบายเหล่านี้ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นอย่างไร และผู้แทน กต. ย้ำถึงความสำคัญในการเข้าร่วมประชุมกับ OECD โดยเฉพาะการเยือนระดับสูงที่จะช่วยแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองของไทยในการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของ OECD รวมทั้งการผลักดันเรื่อง OECD ในกรอบความร่วมมืออื่น ๆ ที่ไทยมีบทบาทสำคัญ เช่น ความร่วมมือ ASEAN – OECD ในวาระที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ปี 2571
นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกรัฐสภา โดยมีนายโสภณ มะโนมะยา ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาและติดตามการดำเนินการเพื่อเข้าสู่การเป็นสมาชิกOECD ของประเทศไทยวุฒิสภา และนายสรศักดิ์ สมรไกรสกิจ ประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการเข้าเป็นสมาชิกOECD ของประเทศไทยสภาผู้แทนราษฎร ร่วมแลกเปลี่ยนบทบาทของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรในการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยวุฒิสภาเน้นการสร้างความตระหนักรู้การเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้กับภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคการศึกษาและภาคประชาชน เพื่อให้เข้าใจว่าเมื่อไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD จะได้รับประโยชน์อย่างไร ในขณะที่ สภาผู้แทนราษฎรเน้นการติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องรายประเด็น เพื่อเร่งรัดกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ตามเป้าหมายภายในปี 2571
ภายในงานสัมมนาฯ สศช. ยังได้ร่วมจัด “นิทรรศการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับ OECD” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทยกับ OECD กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ โดยนำเสนอในรูปแบบกิจกรรมสร้างปฏิสัมพันธ์ (Interactive Board) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับ OECD โดยง่าย ผ่านการหมุนวงล้อเพื่อตอบคำถามความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ OECD เช่น รายชื่อประเทศสมาชิก มาตรฐานของ OECD ที่คนไทยรู้จัก และมีการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเลือกจัดลำดับความสำคัญของประเด็นการปฏิรูปประเทศไทยภายใต้การขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD รวม 25 เรื่องตามที่ OECD จะประเมินประเทศไทย โดยเรื่องที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ธรรมาภิบาลภาครัฐ การต่อต้านการให้สินบน นโยบายด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา ตลอดจนประเด็นทางเศรษฐกิจและสังคมอื่น ๆ เช่น สิ่งแวดล้อม การศึกษา และนโยบายดิจิทัล
ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวได้เปิดให้รับชมและเข้าร่วมทำกิจกรรมตลอดวัน โดยมีผู้ให้ความสนใจจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการรัฐสภา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมทำกิจกรรมและติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์เรื่องการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของ สศช. ผ่าน TikTok และ YouTube ช่อง PlanPlus จำนวนมาก
ข่าว: กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
ภาพ: กองยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ และสถาบันพระปกเกล้า








