คณะทำงานเฉพาะกิจด้านความเสมอภาคทางเพศและการมีส่วนร่วม (GMS Task Force Gender Equality and Inclusion)
ที่มาและหลักการ
ภายใต้แผนงานอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ประเด็นความเท่าเทียมทางเพศเริ่มได้รับการกล่าวถึงในบางโครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการค้ามนุษย์ การส่งเสริมการโยกย้ายแรงงานอย่างปลอดภัย และการสร้างโอกาสทางการจ้างงานสำหรับผู้หญิง เช่น โครงการ Preventing the Trafficking of Women and Children and Promoting Safe Migration รวมถึงการส่งเสริมการจ้างงานของผู้หญิงในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเหนือ–ใต้ (North–South Economic Corridor: NSEC) และระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก (East–West Economic Corridor: EWEC)
ต่อมา ประเด็นความเท่าเทียมทางเพศถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแผนงาน GMS (GMS Tourism Sector Strategy 2006–2015) และถูกกล่าวถึงในหลายสาขาความร่วมมือภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ GMS 2012-2022 (แผนระยะ 10 ปี) อาทิ การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สาธารณสุข เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อม แม้ส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นการสนับสนุนการเข้าถึงโอกาสและสิทธิพื้นฐานของผู้หญิง
ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ GMS 2030 ความเท่าเทียมทางเพศได้รับการยกระดับให้เป็นประเด็นสำคัญภายใต้หลักการความครอบคลุม (Inclusivity) เพื่อให้ผู้หญิงและกลุ่มรายได้น้อยได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาของแผนงาน GMS และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ SDG 5 และ SDG 10

ประเด็นความคืบหน้าล่าสุด
มีความก้าวหน้าในการเสริมบทบาทของคณะทำงานในฐานะกลไกหลักในการประสานงาน ติดตามความก้าวหน้า และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก โดยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงานยุทธศาสตร์ด้านความเสมอภาคทางเพศของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Gender Strategy Implementation Plan: GSIP 2025-2030) อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งติดตาม ประเมินผล และรายงานความก้าวหน้า ควบคู่กับการบูรณาการมิติเพศสภาพตามกรอบ GSIP 2025-2030 ในโครงการและนโยบายภายใต้ความร่วมมือแผนงาน GMS ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อให้การดำเนินงานด้านความเสมอภาคทางเพศและการมีส่วนร่วมเป็นไปอย่างสอดคล้องกับลำดับความสำคัญในระดับชาติและระดับภูมิภาค














