คณะทำงานเฉพาะกิจด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (GMS Energy Transition Task Force: ETTF)
หน่วยงานรับผิดชอบหลัก: กระทรวงพลังงาน (สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน)
ที่มาและหลักการ
แผนงานอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงานของภูมิภาคผ่าน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) การขยายการค้าพลังงานสะอาดและการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าข้ามพรมแดน (2) การส่งเสริมประสิทธิภาพและการอนุรักษ์พลังงาน และ (3) การเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศสมาชิกในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แม้ประเทศสมาชิกจะมีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยกรอบยุทธศาสตร์ GMS 2030 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการค้าพลังงานไฟฟ้าข้ามพรมแดน การกำหนดมาตรฐานโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค การพัฒนาตลาดพลังงาน และการส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานสะอาด รวมถึงการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน
ในช่วงที่ผ่านมา ความต้องการพลังงานในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยแม้ถ่านหินและก๊าซยังมีสัดส่วนสำคัญในการผลิตไฟฟ้า แต่ประเทศต่าง ๆ ได้ขยายการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ ทั้งนี้ ความร่วมมือภายใต้ GMS และการเชื่อมโยงกับความริเริ่มของอาเซียน เช่น ASEAN Power Grid (APG) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากลไกการค้าพลังงานไฟฟ้าข้ามพรมแดน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดและยั่งยืนของภูมิภาคในระยะยาว
ประเด็นความคืบหน้าล่าสุด
มีการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงาน โดยได้ดำเนินการตามแผนงาน ETTF-5 ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการค้าพลังงานไฟฟ้าในระดับภูมิภาค การจัดการด้านอุปสงค์พลังงาน และการเสริมสร้างศักยภาพด้านเทคโนโลยี ควบคู่กับการเตรียมการประชุม GMS ETTF-6 และการศึกษาดูงาน นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกได้ให้การรับรองยุทธศาสตร์พลังงาน GMS Energy Sector Strategy 2024–2030 ซึ่งเป็นกรอบชี้นำการพัฒนาความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม โดยมีการสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน รวมถึงการพัฒนาโครงการภายใต้กรอบ Regional Investment Framework (RIF) 2026–2028 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป









