สภาธุรกิจ GMS
สภาธุรกิจ แผนงาน GMS
(GMS Business Council: GMS-BC)
หน่วยงานรับผิดชอบหลัก: คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน
ที่มาและหลักการ
สภาธุรกิจ GMS เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2543 ในรูปแบบเวทีการหารือของสภาธุรกิจ GMS (GMS Business Forum: GMS-BF) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในอนุภูมิภาค และในการประชุมสุดยอดผู้นำ แผนงาน GMS ครั้งที่ 5 ปี 2557 GMS-BF ได้รับการยกสถานะขึ้นเป็น สภาธุรกิจ GMS (GMS Business Council: GMS-BC)
โดย GMS-BC เป็นกลไกการมีส่วนร่วมและส่งเสริมความร่วมมือของภาคเอกชนในทั้ง 6 ประเทศ ของแผนงาน GMS ซึ่งมีบทบาทในการสะท้อนมุมมองและข้อเสนอของภาคธุรกิจต่อเวทีความร่วมมือ GMS รวมทั้งผลักดันโครงการและกิจกรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ สภาธุรกิจ GMS ยังมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาในสาขาสำคัญต่าง ๆ เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่งข้ามพรมแดน การพัฒนาโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การท่องเที่ยว การเกษตร และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศสมาชิกและยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ทั้งนี้ สมาชิกของสภาธุรกิจ GMS ประกอบด้วยผู้แทนจากหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจากประเทศสมาชิก โดยสำหรับไทยมีผู้แทนจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันเป็นสมาชิก
ประเด็นความคืบหน้าล่าสุด
1. การร่วมประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 8 (8th GMS Summit)
ประธานสภาธุรกิจ GMS ประเทศไทย วาระปี 2567 – 2569 (นายเกรียงไกร เธียรนุกุล) และ ในฐานะประธานสภาธุรกิจ GMS-BC พร้อมด้วย คณะกรรมการ เดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 8 (8th GMS Summit) ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2567
สภาธุรกิจ GMS ได้นำเสนอแนวคิดการขยายความร่วมมือกับภาครัฐและหุ้นส่วนการพัฒนา (Development Partner : DP) โดยผลักดันให้เกิดกลไกบทบาทภาคเอกชนที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการที่ทางธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB) ได้กำหนดไว้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยสภาธุรกิจฯ รายงานต่อที่ประชุมเพื่อรับทราบถึงการจัดตั้งเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาความร่วมมือต่าง ๆ ภายใต้แผนงาน GMS (Expert Pool) ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานของคณะทำงานแต่ละสาขา นอกจากนั้น ได้มีการรับรองแถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงาน GMS ครั้งที่ 8 และยุทธศาสตร์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ปี ค.ศ. 2030 เพื่อมุ่งสู่การเป็นประชาคมที่เติบโตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
2. การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของสภาธุรกิจ GMS-BC
คณะกรรมการบริหารสภาธุรกิจ GMS-BC ในกลุ่มประเทศสมาชิก ได้อนุมัติการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานของสภาธุรกิจ GMS-BC เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการเชื่อมโยงภารกิจงานด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนให้ประเทศไทย โดย สำนักงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มาทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของสภาธุรกิจ GMS-BC (ที่ผ่านมาอยู่ที่ สปป.ลาว) ทั้งนี้ สำนักงานสภาธุรกิจ GMS-BC ยังคงตั้งอยู่ที่ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ทั้งนี้ สำนักงานสภาธุรกิจ GMS-BC มีพันธกิจและหน้าที่ คือ เป็นศูนย์กลางการประสานงานและการสื่อสารระหว่าง (1) สภาธุรกิจ GMS ทั้ง 6 ประเทศสมาชิก (2) สำนักงานเลขาธิการ GMS (ธนาคารพัฒนาเอเชีย) (3) สำนักงานเลขาธิการระดับชาติ (National Secretariats) และ (4) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. การจัดงาน GMS Business Forum 2025
สภาธุรกิจ GMS ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม GMS Business Forum 2025 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 โดยเป็นกิจกรรมคู่ขนานกับการประชุมรัฐมนตรีความร่วมมือเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 27 (27th GMS Ministerial Conference : MC-27) ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Greater Mekong Sub-region Business Opportunities and Challenges Under the Changing Economic Landscape” โดยได้รับเกียรติจาก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “Greater Mekong Sub-region Business Opportunities and Challenges Under the Changing Economic Landscape” และพร้อมด้วย นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้ให้เกียรติมากล่าวเปิดงาน
การจัดงาน GMS Business Forum 2025 ครั้งดังกล่าว มีจำนวนผู้เข้าร่วมงาน 250 ท่าน โดยประกอบด้วย ผู้แทนจากกลุ่มประเทศสมาชิกความร่วมมือของ GMS / หน่วยงานภาครัฐของไทย / ภาคธุรกิจในกลุ่มประเทศสมาชิก / หน่วยงานความร่วมมือต่าง ๆ โดยเป้าหมายการจัดงานเพื่อเป็นเวทียกระดับบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในกรอบความร่วมมือ GMS รวมถึงเน้นย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงท่ามกลางความผันผวนของโลก โดยมีกิจกรรม แบ่งเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย
- Session 1 การนำเสนอภาพรวมยุทธศาสตร์และโครงการสำคัญ (Flagship Projects) ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB)
- Session 2 การระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาความร่วมมือ GMS ใน 3 กลุ่มการลงทุน (Investment Tracks) เพื่อวิเคราะห์อุปสรรคและจัดทำข้อเสนอแนะ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะนำเสนอต่อระดับรัฐมนตรี โดย 3 กลุ่มการลงทุนภายใต้ 10 สาขาความร่วมมือ GMS ได้แก่
- (1) กลุ่มเกษตร-พลังงาน-สิ่งแวดล้อม โดยมีผลลัพธ์ เช่น ความร่วมมือด้านระบบเกษตรอัจฉริยะ การขนส่งสินค้าเกษตรแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) การเกษตรพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-powered Agriculture) พลังงานหมุนเวียน และการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste to Energy)
- (2) กลุ่มสุขภาพ-ทรัพยากรมนุษย์- ICT และนวัตกรรม โดยมีผลลัพธ์ เช่น ความร่วมมือด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลและการค้าบนระบบบล็อกเชน ระบบสาธารณสุขที่มีความยืดหยุ่นและการสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลในภูมิภาค และการวิจัยระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม
- (3) กลุ่มคมนาคม-การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน-การท่องเที่ยว-การพัฒนาเมือง โดยมีผลลัพธ์ เช่น ความร่วมมือระเบียงเศรษฐกิจด้านการคมนาคมและศูนย์กลางโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน โครงสร้างพื้นฐานและเมืองอัจฉริยะสีเขียว รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- Session 3 การนำสรุปผลลัพธ์จาก 3 กลุ่มการลงทุน (Investment Tracks) เสนอต่อระดับรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติงานปี ค.ศ. 2028–2030 ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาโมเดลความร่วมมือภาครัฐ-ภาคเอกชน และการสร้าง Pipeline โครงการพร้อมลงทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาค


















